4 เปียโน Guideline ที่จำเป็นสำหรับมือใหม่

เปียโน (Piano) เป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยมมากตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน จัดอยู่ในหมวดเครื่องดนตรี สากลประเภทเครื่องลิ่มนิ้ว (Keyboard Instruments

เปียโน (Piano) เป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยมมากตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน จัดอยู่ในหมวดเครื่องดนตรี สากลประเภทเครื่องลิ่มนิ้ว (Keyboard Instruments) นั่นคือเป็นเครื่องดนตรีที่ใช้การกดลิ่มนิ้วเพื่อให้เกิดเสียง ตามที่ต้องการออกมา เสียงของเปียโนมีตั้งแต่คีย์ต่ำ (เบส) ที่ให้เสียงทุ้ม หนักแน่น คีย์กลาง (ปกติ) ที่ให้เสียงนุ่มนวล กังวาน ไปจนถึงคีย์สูงที่ให้เสียงใส เล็ก และแหลม จึงทำให้สามารถเข้ากับเสียงดนตรีได้เกือบทุกชนิดและสามารถเล่นได้ ในหลากหลายแนวเพลงด้วย

1. ส่วนประกอบและหลักการทำงานของเปียโน

เปียโนมีส่วนประกอบที่สำคัญต่างๆ ดังนี้

คีย์บอร์ด (Keyboard)

เปียโนรุ่นเก่าๆจะมีคีย์บอร์ดเพียง 85 คีย์ (ตั้งแต่ A0 ถึง A7) แต่เปียโนสมัยนี้ จะมีทั้งหมด 88 คีย์ (ตั้งแต่ A0 ถึง C8) โดยบางเครื่องเพิ่มเสียงฝั่งเดียว บางเครื่องเพิ่มเสียงสองฝั่ง คีย์ที่เพิ่มเข้ามานั้น มีไว้เพื่อสร้างเสียงสะท้อน (Resonance) ได้มากขึ้น ซึ่งมันจะสั่นไปพร้อมกับสายเปียโนเส้นอื่นๆ เมื่อเหยียบคันเหยียบ ก็จะให้เสียงที่เต็มกว่า ทำให้เปียโนมีเสียงที่หลากหลายและสามารถเล่นเพลงได้หลายแนวมากขึ้น

สายเปียโน (Strings)

สายเปียโนมีที่มากกว่า 200 เส้น จะถูกขึงกับเฟรมเหล็กที่เรียกได้ว่าเพลท (Plate) โดยด้านหนึ่งของทุกๆสายจะถูกยึดไว้กับหมุดซึ่งเป็นที่ปรับความตึงของสายเพื่อให้ได้เสียงของแต่ละคีย์มีความถูกต้อง หรือที่รู้จักกันก็คือ การจูนเสียงเปียโน

ค้อนเคาะสาย (Hammer)

ทำหน้าที่ในการตีกระทบกับสายเปียโนเพื่อให้เกิดเสียงตามคีย์ที่กด ตัวค้อนจะเป็น ตัวไม้ที่หุ้มด้วยสักหลาด นอกจากสายเปียโนแล้ว รูปทรงของค้อนและวัสดุที่ใช้ทำก็มีผลต่อคุณภาพเสียงที่ได้เช่นกัน โดยเปียโนของแต่ละยี่ห้อหรือแต่ละรุ่นก็จะมีรูปทรงของหัวค้อนที่แตกต่างกันไป

ตัวห้ามสาย (Damper)

มีลักษณะเป็นลิ้นไม้หุ้มด้วยสักหลาดคล้ายกับค้อน มีหน้าที่หยุดเสียงของสายเปียโน โดยตัวห้ามสายจะวางอยู่บนสายเปียโน เมื่อกดคีย์ค้อนจะตีไปที่สายทำให้เกิดเสียง ในขณะเดียวกันตัวห้ามสายก็จะ ถูกยกตัวขึ้น และเมื่อปล่อยนิ้วออกจากคีย์ ตัวห้ามสายก็จะกลับมากดสายเปียโนเพื่อหยุดการสั่นของสายเปียโนนั่นเอง

ซาวด์บอร์ด (Soundboard)

ปกติจะเป็นแผ่นไม้โอ๊ก หรือแผ่นไม้สนที่มีน้ำหนักเบา แข็งแรง และมีความ ยืดหยุ่น ทำหน้าที่ขยายเสียงเปียโนให้มีความดังและกังวานมากขึ้น

สะพานสาย (Bridges)

ถูกติดตั้งอยู่บนซาวด์บอร์ดด้านบนเพื่อรองรับสายเปียโน ซึ่งจะทำหน้าที่ส่ง ความสั่นสะเทือนของสายเปียโนไปยังซาวด์บอร์ดเพื่อขยายเสียง โดยสะพานสายจะมีด้วยกัน 2 ส่วน คือ Treble bridge ที่ใช้กับสายเปียโนที่มีเสียงอยู่ในย่านเสียงสูง และอีกส่วนหนึ่งคือ Bass bridge ที่ใช้กับสายเปียโนที่มีเสียงอยู่ในด้านเสียงต่ำ

พินบล็อค (Pinblock)

ใช้สำหรับยึดหมุดปรับแต่งเสียง (Tuning pins)

เพลท (Plate)

เป็นโคลงโลหะภายในของเปียโน จะวางอยู่เหนือพินบล็อค ทำหน้าที่เสริมความแข็งแกร่ง และเป็นตัวยึดกับสายเปียโน ซึ่งต้องสามารถรองรับแรงดึงของสายได้

คันเหยียบ (Pedal)

เป็นตัวที่เพิ่มลูกเล่นให้กับเปียโน สามารถควบคุมเสียงเปียโนได้ตามที่ต้องการ โดยทั่วไป คันเหยียบของเปียโนจะมีอยู่ 3 อัน คือ

  • คันเหยียบอันซ้าย (Soft pedal)

มีไว้เพื่อลดความดังของเสียง ทำให้ได้เสียงที่เบาและนุ่มกว่าเดิม

  • คันเหยียบอันกลาง

ในแกรนด์เปียโนเรียกว่า Sostenuo pedal เมื่อเหยียบแล้วจะเก็บเสียงของ ตัวโน้ตที่กดไว้ก่อนเหยียบคันเหยียบเท่านั้น ส่วนในอัพไรท์เปียโนจะเรียกว่า Muffler pedal ช่วยลดความดังของเสียง เปียโน มักใช้คันเหยียบนี้ในการซ้อมเวลาที่ไม่ต้องการให้มีเสียงดังมาก

  • คันเหยียบอันขวา (Damper pedal)

เป็นคันเหยียบที่ถูกใช้บ่อย เป็นที่รู้จักกันในคำว่า pedal หรือ sustain มีไว้เพื่อลากเสียงของโน้ตให้ยาวขึ้นโดยที่ไม่ต้องกดคีย์นั้นๆค้างไว้ เพื่อที่จะสามารถเล่นโน้ตตัวอื่นได้

ส่วนประกอบต่างๆของเปียโนจะทำงานร่วมกัน หากมีส่วนใดส่วนหนึ่งชำรุดเสียหายอาจทำให้เสียงเปียโนเพี้ยน หรือไม่เกิดเสียงเลยก็ได้ จึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจเช็ค ดูแลรักษาอยู่เสมอ

กลไกการเกิดเสียงเปียโนนั้นเริ่มจาก แรงจากการกดคีย์จะถูกส่งผ่านโดยกลไกไปยังหัวค้อน และค้อนเคาะสายจะ ตีกระทบกับสายเปียโนที่ถูกขึงอยู่บนซาวด์บอร์ด จึงเกิดเป็นเสียงดนตรีขึ้น

2. ประเภทของเปียโน

เปียโนในปัจจุบันแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทนั้นจะมีคุณภาพเสียงและราคาที่ต่างกัน ดังนี้

แกรนด์เปียโน (Grand Piano)

เป็นประเภทของเปียโนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ราคาสูง และมีคุณภาพเสียงที่ดีที่สุด เนื่องจากมีการวางโครงสร้างหรือซาวด์บอร์ดและสายเปียโนในแนวนอน โดยที่สายเสียงจะถูกขึงออกจากคีย์บอร์ด ค้อนที่ใช้ในการเคาะจะถูกเคาะจากด้านล่างของสาย ทำให้มีการสะท้อนของเสียงที่ดี ในกลุ่มของแกรนด์เปียโนนั้น มีการแบ่งประเภทตามขนาดของตัวเปียโนได้อีก 3 ประเภท คือ

  • คอนเสิร์ตแกรนด์ (Concert Grand Piano) ที่มีขนาดประมาณ 3 เมตร
  • แกรนด์ (Grand Piano) ที่มีขนาดประมาณ 1.8 เมตร
  • เบบี้แกรนด์(Baby Grand) ป็นแกรนด์เปียโนที่มีขนาดเล็ก ความยาวของซาวด์บอร์ดมักจะ
    สั้นกว่าความยาวของคีย์บอร์ด

โดยทั่วไปแล้วเปียโนที่มีความยาวมากจะได้เสียงที่ดีกว่าและเพี้ยนน้อยกว่า ดังนั้นแกรนด์เปียโนใหญ่จึงเหมาะกับ การเล่นในงานแสดงคอนเสิร์ตมากกว่าเปียโนทั่วไปนั่นเอง

อัพไรท์เปียโน (Upright Piano)

เป็นเปียโนที่มีสายเปียโนและโครงสร้างวางในแนวตั้ง สายเปียโนจะถูกขึง ตั้งแต่ด้านล่างจนถึงด้านบนของเปียโน แตกต่างจากแกรนด์เปียโน อัพไรท์เปียโนนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายเนื่องจาก ตัวเปียโนมีขนาดที่เล็ก ทำให้เหมาะกับการใช้งานในสถานที่ที่มีพื้นที่จำกัด แต่แน่นอนว่าคุณภาพเสียงก็จะสู้แกรนด์เปียโน ไม่ได้ และความรู้สึกในการเล่นนั้นก็จะแตกต่างกัน

เปียโนไฟฟ้า (Digital Piano)

เป็นเครื่องดนตรีที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เล่น โดยการใช้ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการจำลองเสียงเปียโนขึ้นมา ไม่ได้ใช้กลไกแบบเปียโนจริงๆ ซึ่งเสียงที่ได้ก็ขึ้นกับความชอบส่วนบุคคล ปกติแล้วเปียโนไฟฟ้าจะมีความยาวของคีย์เปียโน 8 octaves แต่บางรุ่นจะมีเพียง 6 หรือ 4 octaves แล้วแต่การใช้งาน

และด้วยขนาดและน้ำหนักของตัวเครื่องที่เบาทำให้สะดวกต่อการเคลื่อนย้ายตำแหน่ง รวมไปถึงการดูแลรักษาก็จะง่ายกว่า เปียโนที่เป็นไม้ด้วย

Tip – ข้อแตกต่างระหว่างเปียโนไฟฟ้าและคีย์บอร์ดไฟฟ้า

เปียโนไฟฟ้าและคีย์บอร์ดไฟฟ้าเป็นเครื่องดนตรีที่ใช้ไฟฟ้าเหมือนกันแต่ต่างกันที่ เปียโนไฟฟ้าลักษณะของลิ่มจะ เหมือนเปียโน เวลากดจะสัมผัสได้ถึงความหนักของคีย์ เสียงที่ได้จะหนาและค่อนข้างเหมือนเปียโนมากกว่า ส่วนคีย์บอร์ด ไฟฟ้า ลิ่มคีย์บอร์ดจะบาง เวลากดจะรู้สึกเบา นุ่ม และกดง่ายกว่าเปียโนไฟฟ้า สามารถจำลองเสียงเครื่องดนตรีได้หลาย ประเภท และมีน้ำหนักเบา ง่ายต่อการขนย้าย จึงเป็นที่นิยมใช้กันในหมู่นักดนตรีในปัจจุบัน

3. วิธีดูแลรักษาเปียโนเบื้องต้น

เนื่องจากเปียโนเป็นเครื่องดนตรีที่มีราคาค่อนข้างสูง จึงต้องใช้งานอย่างทะนุถนอมและได้รับการดูแลรักษาอย่าง ถูกวิธีเพื่อให้เปียโนมีประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้น โดยวิธีที่ทุกคนสามารถทำได้ง่ายๆมีดังต่อไปนี้

  • ตำแหน่งของเปียโนควรอยู่ห่างจากผนัง 6 – 10 นิ้ว หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดหรือความชื้นเนื่องจากอุณหภูมิ ของแสงแดดและความชื้นอาจส่งผลต่อวัสดุและส่วนประกอบภายในตัวเปียโนได้
  • คลุมคีย์บอร์ดด้วยผ้าให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้มีฝุ่นผงหรือสิ่งสกปรกไปทำให้คีย์บอร์ดเกิดความเสียหาย
  • เช็ดทำความสะอาดด้วยผ้านุ่ม ไม่ควรใช้ผ้าที่แข็งกระด้างเพราะอาจเกิดรอยบนเปียโนได้
  • ไม่ควรวางสิ่งของไว้บนเปียโน โดยเฉพาะสิ่งของที่มีน้ำหนักเยอะ
  • ไม่ควรย้ายเปียโนบ่อย เพราะอาจทำให้เสียงเปียโนเพี้ยยนไปจากปกติและทำให้เกิดความชำรุดเสียหาย กับเปียโนได้ง่าย
  • ควรตั้งสายเปียโนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยผู้ที่มีความชำนาญ
  • หากเปียโนมีความเสียหายหรือผิดปกติ ควรได้รับการซ่อมแซมโดยช่างผู้เชี่ยวชาญอย่างเร็วที่สุด

4. หลักการซื้อเปียโนเบื้องต้นสำหรับมือใหม่

หากตัดสินใจว่าจะซื้อเปียโนแล้วละก็จะต้องคำนึงถึงหัวข้อต่อไปนี้ก่อน คือ

1. วัตถุประสงค์การใช้งาน

นอกจากการซื้อเปียโนมาเล่นและฝึกซ้อมแล้ว เปียโนก็ถือได้ว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งบ้านได้อีกด้วย ซึ่งมีหลายคนที่ซื้อเปียโนมาเพื่อสร้างบรรยากาศในบ้าน และเปียโนแต่ละประเภทก็ตอบโจทย์
การใช้งานที่ต่างกัน สำหรับผู้ที่กำลังฝึกเล่นเปียโนแล้ว แกรนด์เปียโนหรืออัพไรท์เปียโนจะมีราคาค่อนข้างสูง
และมีการดูแลที่ยุ่งยากจึงอาจจะไม่เหมาะ ซึ่งเปียโนไฟฟ้าอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

2. ตำแหน่งและขนาดพื้นที่ตั้งเปียโน

เนื่องจากเปียโนเป็นเครื่องดนตรีที่มีขนาดใหญ่ จึงต้องคำนึงถึงตำแหน่งที่ตั้ง และขั้นตอนการขนย้ายด้วย เช่น ขนาดความกว้างของประตู หรือขนาดพื้นที่ของห้องที่จะจัดตั้ง

3. งบประมาณ

เปียโนแต่ละประเภท แต่ละรุ่น จะมีราคาหลากหลายตามความต้องการของผู้ซื้อ ดังนั้นจึงควร กำหนดงบประมาณไว้ก่อนเพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจเลือกซื้อ และสามารถคุมงบประมาณไม่ให้บานปลายได้

4. ความชอบและความถนัดในการใช้งาน

ก่อนที่เราจะซื้อเปียโนหรือเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆนั้น เราจะต้องมีความ อยากเล่นก่อน เมื่อเราจะซื้อเปียโน จึงควรไปลองเล่นก่อนเพื่อให้รู้ว่าเราชอบเปียโนแบบไหน รุ่นไหน ความหนักของคีย์ หรือเสียงเปียโนที่ได้ ล้วนเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกซื้อเปียโนทั้งสิ้น