4 วิธีการเลือกซื้อกีต้าร์โปร่ง แบบรู้ทันเกมส์ 2020

เพื่อนๆ หลายคนมักจะมาบ่นให้ฟังว่า เนี่ยไปซื้อกีต้าร์มาแล้วไม่ค่อยถูกใจเท่าที่ควร บ้างก็เจ็บนิ้ว บ้างก็ราคาแพงเกินไป ถูกเกินไปก็ไม้อัดดีๆ นี่เอง เราจะมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้กัน โดยการทำความเข้าใจ หลักการซื้อกีต้าร์โปร่ง ง่ายๆ

เพื่อนๆ หลายคนมักจะมาบ่นให้ฟังว่า เนี่ยไปซื้อกีต้าร์มาแล้วไม่ค่อยถูกใจเท่าที่ควร บ้างก็เจ็บนิ้ว บ้างก็ราคาแพงเกินไป ถูกเกินไปก็ไม้อัดดีๆ นี่เอง เราจะมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้กัน โดยการทำความเข้าใจ หลักการซื้อกีต้าร์โปร่ง ง่ายๆ อย่างไรให้รู้ทันเกมส์ อย่างคนมีความรู้เดินไปซื้อของ

หลัการนั้นง่ายมาก เพียงเพื่อนมีข้อมูลอยู่แล้วว่าเราต้องการอะไร เช่นเรารู้เรื่องสเปค การอ่านสเปคกีต้าร์ ราคาในช่วงนี้ควรได้กีต้าร์ที่มีสเปคอย่างไร ซึ่งเรื่องพวกนี้ล้วนแต่เป็นพื้นฐานที่เราสามารถอ่านและทำความเข้าใจเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

1. อ่านสเปคให้เป็น

ถือเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องที่เราควรรู้และมีความเข้าใจบ้างก่อนเลือกซื้อกีต้าร์สักตัว โดยหลักๆแล้ว เราไม่จำเป็นต้องดูอะไรมากมายนัก เพียงดูองค์ประกอบแค่ไม่กี่อย่างก็สามารถเข้าไปเลือกซื้อกีต้าร์กับร้านขายเครื่องดนตรีได้อย่างมืออาชีพเเล้ว โดยสิ่งที่เราต้องรู้นั้นหลักเลยคงนี้ไม่พ้นเรื่องไม้ ซึ่งจะมีหลักๆ ด้วยกัน 2 ประเภทคือ

Solid = ไม้แท้ๆ ชิ้นเดียว

Laminate = ไม้แผ่นบางหลายชิ้นมาประกบกัน ซึ่งส่วนมากคือประกบกันที่ 3 ชิ้น หรือละไว้ในฐานที่เข้าใจว่ามันคือไม่แท้ แต่ไม่ใช่ไม้อัดนะ

เท่านี้เราก็จะสามารถดูและเข้าใจว่ากีต้าร์ตัวไหนใช้ไม้ประเภทไหนโดยดูจากรายละเอียดของสเปคกีต้าร์แต่ละตัวแล้วเปรียบเทียบราคากัน ว่าตัวไหนที่ได้ไม้ Solid ในราคาเท่ากัน

2. ตั้งราคาที่เหมาะสมกับตน

ก่อนอื่นเราต้องดูก่อนว่าเราซื้อกีต้าร์โปร่งเป็นตัวแรกหรือไม่ หรือเพิ่งเริ่มเล่นกีต้าร์ ก็ให้เราตั้งงบไว้ไม่ต้องสูงมาก แต่ก็ไม่ควรต่ำมากจนเกินไป ให้อยู่กลางๆ เข้าไว้ สักช่วง 2,000 – 4,000 ทั้งนี้เพื่อจุดประสงค์ 2 ข้อหลักๆ คือ

  1. เราอาจจะเลิกเล่นกลางคันก็เป็นได้ ดังนั้นเมื่อเราซื้อกีต้าร์ที่ไม่แพงมากจนเกินไป ก็เป็นการเซฟตัวเองไปในตัว เมื่อเราไม่ได้ไปต่อ
  2. การที่เราไม่ซื้อถูกเกินไปอย่างเช่นหลัก ร้อย-พันต้นๆ ก็เป็นการที่เราจะได้กีต้าร์โปร่งดีๆ คุณภาพที่เหมาะกับการเล่นจริงๆ มาไว้ใช้ฝึกเล่นนั่นเอง ในการที่ซื้อในราคาถูกจนเกินไป อาจจะเป็นต้นเหตุให้เราเลิกเล่นกีต้าร์กลางคัน เนื่องจากได้กีต้าร์ที่ไม่ตอบโจทย์นั่นเอง

3. เลือกให้เหมาะสมตามการใช้งาน

คำว่า ” เหมาะสมตามการใช้งาน ” นั้นหมายถึง รูปทรงของกีต้าร์ในนั้นก็มีความแตกต่างกันไปในลักษณะการใช้งานที่ต่างกัน ดังนั้นเราควรมีความรู้เรื่องรูปทรงขอ Body กีต้าร์สักเล็กน้อยเพื่อที่จะได้รู้ว่าทรงนี้เหมาะกับการเล่นประเภทใด โดยหลักๆ แล้วก็นิยมอยู่ไม่กี่ทรง เช่น

  1. GA ทรงนี้เหมาะกับการเล่นแนว เกาสาย Picking และ Fingerstyle หากใครชื่นชอบการเล่นแนวนี้ก็ให้ซื้อทรงนี้ได้เลย
  2. D ทรงมาตรฐานของกีต้าร์โปร่ง เป็นทรงที่เหมาะกับการตีคอร์ดที่สุด และเล่นได้กว้างไม่เฉพาะเจาะจงเหมือนทรงอื่นๆ ดังนั้นหากใครยังมีสไตล์และมีแนวทางในการเล่นที่เฉพาะทาง ก็ให้มองทรงนี้ไว้ก่อนได้เลย

4. สิ่งที่ต้องเช็คเมื่อซื้อกีต้าร์ออนไลน์ หรือไปร้าน

ในกรณีที่เราซื้อที่ร้านขายเครื่องดนตรี เมื่อเราเลือกกีต้าร์ได้แล้วให้ เราบอกพนักงานเช็คในเรื่องของทัชชิ่งให้ด้วยว่าสูงเกินไปไหม เหมาะสำหรับมือใหม่ไหม และในเรื่องของคอว่า คอคด คองอหรือไม่ โดยพนักงานจะมีความรู้ในเรื่องนี้และให้คำปรึกษาและปรับแต่งให้เราในเบื้องต้นอยู่แล้ว หากใครซื้อออนไลน์สามารถบอกร้านค้าออนไลน์ปรับแต่งทัชชิ่งเบื้องต้นให้ท่านได้เช่นกัน

สรุปเนื้อหา

เราอาจจะให้ผู้ที่มีความรู้เลือกซื้อให้กับเราได้ หรือพาท่านไปซื้อที่ร้านขายเครื่องดนตรีต่างๆ ในกรณีที่เราไม่มั่นใจจริงๆ แต่ผมเชื่อว่าหากใครได้อ่าน 4 หลักการเลือกซื้อกีต้าร์โปร่งเบื้องต้นบทความนี้ไปแล้ว ก็น่าจะมีความรู้ความเข้าใจที่จะสามารถไปเลือกซื้อได้ด้วยตนเองได้ โดยไม่สามารถคุยและสื่อสารกับพนักงานขายเครื่องดนตรีอย่างเข้าใจกันได้ ว่าเราต้องการสิ่งอะไรบ้าง ไม่มากก็น้อย

เรียบเรียงโดย : thaitopinstrument