รู้จักกับ 3 แบรนด์ไม้กลอง ระดับโลกและรุ่นที่น่าสนใจ

เครื่องดนตรีเปรียบเสมือนอาวุธของบรรดานักดนตรีทั้งหลาย และเครื่องดนตรีบางชนิดก็จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ในการเล่น เช่น มือกีต้าร์จำเป็นต้องใช้ปิ๊ก และการเลือกปิ๊กที่ถนัดมือก็เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ที่อยากพัฒนาฝีมือการเล่นกีต้าร์ต้องคำนึงถึง

เครื่องดนตรีเปรียบเสมือนอาวุธของบรรดานักดนตรีทั้งหลาย และเครื่องดนตรีบางชนิดก็จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ในการเล่น เช่น มือกีต้าร์จำเป็นต้องใช้ปิ๊ก และการเลือกปิ๊กที่ถนัดมือก็เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ที่อยากพัฒนาฝีมือการเล่นกีต้าร์ต้องคำนึงถึง

ไม้กลอง ก็เป็นอุปกรณ์เสริมประจำตัวของบรรดามือกลอง (ไม่ต่างจากปิ๊กของมือกีต้าร์) การเลือกหาไม้กลองคู่กายจึงเป็นเรื่องพื้นฐานอันดับแรกๆ ที่บรรดามือกลอง (โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มฝึกฝน) จำเป็นต้องรู้และทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ เช่นเดียวกับการเลือกปิ๊กไว้ใช้งานของมือกีต้าร์นั่นเอง

แบรนด์ไม้กลองระดับโลก 

ในปัจจุบัน ไม้กลอง มีมากมายหลายระดับ เหล่ามือกลองสมัครเล่นและกลุ่มนักเรียนที่ชอบการเล่นดนตรีมักจะซื้อไม้กลองคู่ละไม่ถึง 100 บาทซึ่งเราหาได้ตามหน้าห้องซ้อมดนตรีทั่วไป ไม้กลองประเภทนี้ส่วนใหญ่มักจะมีน้ำหนักไม่ได้มาตรฐาน ไม่ทนทาน และบางครั้งเราอาจจะได้ไม้่กลองที่มีรูปล่างบิดเบี้ยว (แม้จะเพียงเล็กน้อย) มาใช้งาน

ในประเทศไทยมีไม้กลองจากแบรนด์ระดับโลกมากมายวางขายตามร้านตัวแทนจำหน่ายต่างๆ และแบรนด์ซึ่งเป็นที่คุ้นหูของมือกลองชาวไทยโดยทั่วไป และมักจะเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ มีอยู่ด้วยกัน 3 แบรนด์ คือ Vater, Vic Fith และ Pro-Mark ซึ่งทั้ง 3 แบรนด์ได้รับการการันตีคุณภาพ และเป็นแบรนด์ที่มือกลองระดับโลกทั้งในสหรัฐฯ ยุโรป หรือแม้แต่เอเชียเลือกใช้งาน

3 แบรนด์ไม้กลองชื่อดัง และรุ่นที่น่าสนใจ

ในบทความนี้ เราจะขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับไม้กลองระดับโลกทั้ง 3 แบรนด์ ได้แก่ Vater, Vic Firth, และ Pro-Mark พร้อมทั้งแนะนำรุ่นที่น่าสนใจของไม้กลองแต่ละแบรนด์เหล่านี้ให้ได้ลองเลือกใช้งานกัน โดยเราได้คัดมาแบรนด์ละ 6 รุ่น ซึ่งมีความน่าสนใจและคุณสมบัติแตกต่างกันไป 

Vater

Vater คือ แบรนด์ไม้กลองชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์ภายใต้บริษัท Vater Percussion ซึ่งเป็นผู้ผลิตไม้กลองและอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นของมือกลองทั้งหลาย เช่น กระเป๋าไม้กลองและงถุงมือตีกลอง ในขณะที่ไม้กลองของ Vater ไม่ได้มีเฉพาะไม้สำหรับกลองชุดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงไม้หลากหลายชนิดสำหรับการเล่นเครื่องเคาะต่างๆ ในวงออเคสตร้า

บริษัท Vater Percussion ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1956 ที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ พร้อมกับเริ่มผลิตไม้กลองในปีนั้น ผู้ก่อตั้งบริษัทนี้ คือ Jack Adams และในปัจจุบบันหลานชาบของเขาทั้ง 2 คน Ron และ Alan Vater กลายเป็นผู้ดูแลกิจการ ไม้กลองคู่แรกของบริษัทผลิตขึ้นโดย Jack Adams และพ่อทูนหัวของ Ron กับ Alan ที่ชื่อ Fred Michaeli โดยผลิตขึ้นที่ร้านของกลอง Jacks Drum Shop ในเมืองบอสตันนั่นเอง

Vater การันตีว่าไม้กลองของพวกเขามีคุณภาพสูงและได้มาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ไม้กลองของ Vater ได้ชื่อว่า “ตรง” กว่าไม้กลองแบรนด์อื่นๆ ไม้กลองของ Vater ยังมีความชื้นมากกว่าไม้กลองแบรนด์อื่นๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้มันมีความทนทานแม้จะทำให้ตัวไม้กลองมีน้ำหนักมากขึ้นเล็กน้อยก็ตาม Vater จึงเป็นตัวเลือกของบรรดามือกลองชั้นนำมากมาย

6 รุ่น ไม้กลอง ที่น่าสนใจของ Vater

  1. Hickory 5B

ไม้กลองมาตรฐานที่น่าจะเป็นไม้กลองคู่แรกของผู้ที่เริ่มเล่นกลองชุดหลายๆ คน ผลิตจากไม้ Hickory ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นไม้ที่แข็งแรง ทนทาน จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเล่นเพลงแนวร็อค และเหมาะกับมือกลองที่่ชอบใช้แรงมา่กในการเล่น เป็นไม้กลองที่มีการตอบสนองดีมาก จับสบายมือ และให้สมดุลที่ยอดเยี่ยม หัวไม้เป็นรูปผลลูกโอ๊ค

  • Power 5B

เป็นไม้กลองแบรนด์ Vater อีกหนึ่งรุ่นที่ผลิตจากไม้ American Hickory ซึ่งคัดสรรมาเป็นอย่างดี ไม้กลองรุ่น Power 5B มีคุณสมบัติทั่วไปเหมือนกับไม้กลองรุ่น Hickory 5B ทั้งด้านความทนานและความสมดุล รวมถึงขนาดของด้ามจับ แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือความยาว ไม้กลองรุ่น Power 5B จะมีความยาวเพิ่มขึ้นอีกครึ่งหนึ่งของความยาวปกติในรุ่น Hickory 5B

  • Sugar Maple Los Angeles 5A

ไม้กลองที่มีขนาดและน้ำหนังตามมาตรฐานของไม้กลองขนาด 5A ซึ่งจะมีน้ำหนักเบากว่า 5B เล็กน้อย ไม้กลองรุ่นนี้ผลิตจากไม้ Sugar Maple มีหัวไม้เป็นรูปทรงไข่ โดยมีให้เลือกทั้่งแบบหัวไม้และไนล่อน ช่วยให้ได้เสียงเต็ม และมีการสะท้อนที่ดีเยี่ยม มีแรงกระทบที่รวดเร็ว เพื่อความคล่องตัวในการเล่นกลองชุด เหมาะสำหรับดนตรีทุกแนว

  • Fusion Acorn

ไม้กลองรุ่น Fusion จะมีน้ำหนักอยู่ระหว่างไม้กลองขนาด 5A กับ 5B มาตรฐาน โดยที่รุ่นนี้มีหัวไม้เป็นรูปทรงผลลูกโอ๊ค ช่วยให้ได้เสียงกลองและฉาบที่อบอุ่นกว่า ซึ่งแตกต่างจากไม้กลอง Fusion รุ่นดั้งเดิมของ Vater ซึ่งมีหัวไม้เป็นรูปทรงกลม และหัวไม้ของไม้กลองรุ่นนี้มีให้เลือกทั้งแบบหัวไม้และไนล่อน ไม้ที่ใช้ผลิตไม้กลองรุ่นนี้ คือ ไม้ Hickory ที่มีความแข็งแรง

  • BeBop 500

ไม้กลองรุ่น BeBop จะมีส่วนด้ามจับที่เล็กกว่าปกติซึ่งเหมาะสำหรับเพลงที่ต้องการเสียงเบาหรือเพลงแนวแจ๊ซ โดยส่วนด้ามจะมีขนาดประมาณไม้กลอง 7A มาตรฐาน ส่วนคอที่สั้นช่วยให้ไม้มีการสะท้อนที่ยอดเยี่ยมและหัวไม้กลองขนาดเล็กทำให้โทนเสียงของฉาบไรด์สะอาด ไม้กลอง BeBop มีทั้งรุ่นที่ผลิตด้ววยไม้ Hickory และ  Maple ซึ่งไม้ Maple จะสัมผัสที่เบากว่าและโทนเสียงฉาบที่อุ่นกว่าเล็กน้อย นอกจากนี้ ยังมีรุ่นที่ผลิตจากไม้ Sugar Maple อีกด้วย   

  •     Virgil Donati’s Assault

ไม้กลองซิกเนเจอร์ของหนึ่งในสุดยอดมือกลองระดับโลก Virgil Donati ตัวไม้มีด้ามจับที่มีขนาดเท่ากับไม้ 2B (ซึ่งเป็นไม้กลองขนาดใหญ่ที่สุดที่ใช้เล่นกลองชุด) มีส่วนไหล่ไม้ที่อ้วนและคอไม้สั้น พร้อมหัวไม้ทรงกลม ส่วนหัวของไม้กลองรุ่นนี้มีแต่แบบไม้เท่านั้น นี่เป็นไม้กลองอีกรุ่นหนึ่งที่ผลิตจากไม้ Hickory ให้ความรู้สึกมั่นใจเวลาที่ต้องการให้เสียงดัง หนักแน่น และพุ่ง

Vic Firth

อีกหนึ่งแบรนด์ไม้กลองชื่อดังจากสหรัฐอเมริกาจากบริษัท Vic Firth Company ซึ่งก่อตั้งโดยนักดนตรีชาวอเมริกัน Everett Joseph “Vic” Firth โดยผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของบริษัทนี้คือไม้กลองประเภทต่างๆ ทั้งที่ใช้กับกลองชุดและเพอร์คัสชั่น หรือเครื่องเคาะต่างๆ ในวงโยธวาทิต นอกจากนี้ ยังผลิตภัณฑ์อุปกรณ์เสริมต่างๆ สำหรับมือกลอง เช่น กระเป๋าไม้กลองและแพดสำหรับซ้อม (Pactrice Pad)

บริษัท Vic Firth Company ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1963 ที่เมืองบอสตัน แมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา โดยได้ชื่อว่าเป็นบริษัทผลิตไม้กลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก บริษัทมีโรงงานผลิตไม้กลองที่เมืองนิวพอร์ท รัฐเมน ในปี ค.ศ. 2010 บริษัท Vic Firth Company ได้ควบรวมกิจการกับบริษัท Avedis Zildjian Company ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับโลกในเรื่องผลิตภัณฑ์ฉาบชนิดต่างๆ

Everett Joseph “Vic” Firth ผลิตไม้กลองคู่แรกด้วยตนเองจากแท่งไม้ที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติแล้วส่งไม้กลองต้นแบบไปยังโรงงานแปรรูปไม้ที่มอนทรีออล คิวเบก ประเทศแคนาดา ซึ่งต่อมา ไม้กลองต้นแบบทั้ง 2 รุ่นได้กลายมาเป็นไม้กลองรุ่น SD1 และ SD2 ไม้กลอง 2 รุ่นแรกของบริษัท ในปี ค.ศ.  2012 บริษัทผลิตสินค้าประมาณ 300 รายการและผลิตไม้กลอง 12 ล้านชิ้นต่อปี

6 รุ่นไม้กลอง ที่น่าสนใจของ Vic Firth

  1.   American Classic 5A

ไม้กลองที่ได้ชื่อว่าเป็นไม้กลองอันดับหนึ่งของโลก ขนาดและน้ำหนักของไม้เหมาะสำหรับดนตรีทุกแนว ตัวไม้ผลิตจากไม้ Hickory ที่มีความแข็งแรง และมีการเคลือบด้วยแล็คเกอร์ หัวไม้เป็นรูปทรงหยดน้ำช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของเสียงฉาบ โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นหัวไม้และไนล่อน นับว่าเป็นไม้กลองรุ่นที่ขายดีติดอันดับต้นๆ ของโลก

  •  American Jazz 4

ไม้กลองรูปร่างผอม่ซึ่งให้เสียงฉาบที่ยอดเยี่ยม ตัวไม้ผลิตจากไม้ Hickory ไม้รุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อมือกลองที่ต้องการการสะท้องของไม้กับหนังกลองและฉาบ ไม้กลอง American Jazz มีให้เลือก 6 รุ่น โดยแต่ละรุ่นมีส่วนคอที่ยาวเพื่อให้ได้ความรู้สึกที่ดีขณะเล่น ลักษณะเฉพาะของส่วนคอช่วยทำให้เสียงฉาบขุ่น หัวไม้เป็นรูปหยดน้ำขนาดเล็กช่วยให้ได้โฟกัสที่ยอดเยี่ยม

  • American Jazz 6

ไม้กลองรุ่นสุดท้ายในซีรี่ย์ American Jazz ของ Vic Firth ไม่ขนาดเทียบเท่ากับไม้กลอง 7A พร้อมส่วนคอกับหัวไม้ที่เล็กช่วยให้ได้เสียงฉาบหวานๆ ไม้กลองรุ่นนี้ช่วยให้ไม่ต้องกลัวว่าจะได้เสียงที่ดังเกินไป คุณสมบัติอื่นๆ ของ American Jazz 6 เหมือนกับไม้กลองซีรี่ย์ American Jazz อื่นๆ ซึ่งทำให้มันเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับมือกลองที่ต้องการเล่นดนตรีแนวแจ๊ซ

  • Modern Jazz Collection – 1

อีกหนึ่งซีรี่ย์ของรุ่นไม้กลองที่เหมาะสำหรับมือกลองแนวแจ๊ซ รวมถึงผู้ที่ชื่อชอบการเล่นที่ต้องอาศัยเทคนิคชั้นสูงและความพลิ้วไหว โดยไม้กลองซีรี่ย์นี้มีทั้งหมด 5 รุ่น Modern Jazz Collection – 1 มีส่วนคอขนาดกลางที่ยาวกว่าปกติ หัวไม้กลองเป็นรูปทรงหยดน้ำทำจากไม้ทำให้เสียงฉาบเด่นขึ้น เส้นผ่านศูนย์กลางที่หนาขึ้นช่วยให้มีน้ำหนักมากขึ้นเล็กน้อยเพื่อเน้นเสียงของฉาบไรด์ เป็นอีกหนึ่งไม้กลองแจ๊ซสารพัดประโยชน์

  • American Custom SD1 General

ไม้กลองรุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้มาจากไม้กลองต้นแบบของบริษัท Vic Firth ตัวไม้ผลิตจากไม้ Maple มีส่วนหัวกลมและมีแต่แบบหัวไม้เท่านั้น เป็นไม้กลองที่มีส่วนคอสั้น ไม้กลอง American Custom SD1 General เหมาะกับการเล่นในวงออเคสตร้า เล่นดนตรีแนวร็อค และการเล่นในวงดนตรีประเภทต่างๆ อีกทั้งยังเป็นไม้กลองที่เหมาะสำหรับการฝึกซ้อมอีกด้วย

  •  

มาถึงไม้กลองซิกเนเจอร์จากแบรนด์ Vic Firth โดยที่รุ่นนี้เป็นไม้กลองของมือกลองชื่อดังจากแดนอาทิตย์อุทัย Akira Jimbo ตัวไม้ผลิตจากไม้ Hickory และมีการเคลือบแล็คเกอร์อย่างหนา หัวไม้เป็นรูปทรงหยดน้ำทำให้ได้เสียงฉาบที่โดดเด่น ชัดเจน และส่วนท้ายของไม้กลองรุ่นนี้ถูกทำให้แคบลงเพื่อช่วยให้ได้สมดุลเฉพาะตัว จึงเหมาะกับการเล่นที่ต้องอาศัยทักษะขั้นสูง

Pro-Mark

Pro-Mark คือ แบรนด์ไม้กลองระดับโลกแบรนด์สุดท้ายที่เราอยากจะแนะนำให้รู้จัก โดยในปี ค.ศ. 2011 Pro-Mark เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท D’Addario ซึ่งเป็นบริษัทผลิตสายกีต้าร์และเครื่องสายต่างๆ ที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของโลก นอกจากนี้ บริษัทยังผลิตอุปกรณ์เสริมอื่นๆ เช่น สายแจ็คประเภทต่างๆ สายสะพาย ปิ๊ก หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์เสริมสำหรับเครื่องเป่าประเภทต่างๆ

บริษัท Pro-Mark ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1957 โดยอาจารย์สอนเพอร์คัสชั่นและเจ้าของร้านขายเครื่องดนตรีชื่อ Herb Brochstein ในเมืองฮูสตัน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา Pro-Mark คือแบรนด์แรกที่เลือกใช้ไม้โอ๊คขาวญี่ปุ่น Shira-Kashi เป็นวัสดุในการผลิตไม้กลองและจำหน่ายในสหรัฐฯ และยังเป็นบริษัทเดียวที่ประสบความสำเร็จในการทำตลาดไม้กลองที่ผลิตจากไม้โอ๊คในสหรัฐฯ อีกด้วย

ไม้โอ๊คขาวญี่ปุ่น Shira-Kashi ที่แบรนด์ Pro-Mark ใช้ในการผลิตไม้กลองจัดหามาโดยพ่อค้าชาวญี่ปุ่นชื่อ Tatsuo Kosaka ในช่วงหลายปีนี้ Pro-Mark เริ่มใช้วัสดุที่ทำจากไม้ชนิดที่ไม่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์และใช้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เรื่องน่ารู้ที่อีกประการหนึ่งก็คือ ในปี ค.ศ. 1985 Pro-Mark ได้จดสิทธิบัตร Rute (ไม้กลองแบบก้านธูป) สำหรับกลองชุดโดยใช้ชื่อว่า Hot Rod

6 รุ่นไม้กลอง ที่น่าสนใจของ Pro-Mark

  1. Hickory Junior Wood Tip

ไม้กลองรุ่นแรกของแบรนด์ Pro-Mark ที่น่าสนใจคือ Hickory Junior Wood Tip ไม้กลองสำหรับเด็กและผู้ที่เพิ่งเริ่มหัดตีกลองชุด ผลิตจากไม้ Hickory ตัวไม้มีการเคลือบด้วยแล็คเกอร์ ส่วนหัวผลิตตจากไม้เป็นทรงรูปไข่เพื่อควบคุมการเด้งสะท้อนขณะตี และมีส่วนคอที่ยาว ไม้กลองคู่นี้มีความยาว 13 นิ้วทำให้มันเหมาะสำหรับเด็กๆ เพราะพวกเขาจะสามารถควบคุมได้อย่างสบายและเป็นธรรมชาติ

  • Classic 747 Hickory Rock Wood Tip

นี่คือไม้กลองที่ติดอันดับหนึ่งในรุ่นที่ขายดีที่สุดของ Pro-Mark มันเหมาะอย่างยิ่งสำหรัลมือกลองที่ต้องการพลังเสียง ตัวไม้มีเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับไม้ขนาด 5A มาตรฐาน แต่มีความยาวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และส่วนคอของไม้ถูกทำให้หนาขึ้นเพื่อความทนทาน ตัวไม้ทำจากไม้ Hickory มีส่วนหัวเป็นไม้ทรงรูปไข่ นับว่าเป็นไม้กลองในอุดมคติสำหรับมือกลองที่เล่นเพลงแนวร็อคและเมทัล

  • Rebound 5B Maple Wood Tip

Pro-Mark ผลิตไม้กลองที่มีความสมดุลเป็นอย่างดีในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้มือกลองได้เลือกใช้งานตามแนวทางของแต่ละคน และไม้กลองรุ่นนี้ให้ความรู้สึกถึงการถ่วงน้ำหนักเพื่อเสริมการใช้เทคนิคขั้นสูงและความคล่องแคล่วในการเล่น มันผลิตจากไม้ Maple ขนาดเท่ากับไม้ 7A มาตรฐาน มีส่วนหัวเป็นไม้รูปทรงกลมขนาดเล็ก เป็นไม้กลองที่เหมาะสำหรับการเล่นเพลงแนวร็อคและฮิปฮอป

  • Shira-Kashi Oak 5B Nylon Tip

ไม้กลองที่ผลิตจากไม้โอ๊คขาวญี่ปุ่น Shira-Kashi ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โด่งดังของไม้กลองแบรนด์ Pro-Mark ไม้โอ๊คขาวมีคุณสมบัติคือเป็นไม้เนื้อแน่นและหนัก ทำให้ไม้กลองรุ่นนี้มีความทนทาน เหมาะกับการเล่นเพลงร็อคและพั๊งค์ที่ต้องใช้ความหนักหน่วงในการตี และยังเน้นเสียงฉาบได้ ไม้กลองซีรี่ย์ Shira-Kashi มีหลายขนาดแต่เราขอแนะนำขนาด 5B เพราะเป็นขนาดมาตรฐานที่เหมาะกับผู้ที่เริ่มหัดเล่น

  • Hot Rods

ไม้กลองก้านธูป (Rute) ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรของ Pro-Mark ต้นแบบของไม้กลองก้านธูปที่ถูกผลิตตามมาในภายหลังทั้งจากแบรนด์ Pro-Mark เองและแบรนด์อื่นๆ Hot Rods เหมาะสำหรับการเล่นในสภาพแวดล้อมที่ต้องการเสียงเบา มันผลิตจากเดือยของต้นเบิชคุณภาพสูงที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี เมื่อใช้ตีกลองจะได้เสียงที่เบากว่าไม้กลองปกติ แต่ให้แรงกระแทกมากกว่าไม้กลองแบบแปรง (Brush) โดยที่ยังคงสำเนียงของเสียงกลองไว้ได้ชัดเจน

  • Mike Portnoy ActiveGrip Hickory Wood Tip

Mike Portnoy คือ หนึ่งในมือกลองที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งในโลก และไม้กลองรุ่นนี้คือไม้กลองซิกเนเจอร์รุ่นใหม่ของเขา ผลิตจากไม้ Hickory โดยส่วนหัวเป็นไม้ทรงรูปไข่ให้โทนเสียงฉาบที่อบอุ่น มันเป็นไม้กลองที่ให้พลังและความพุ่งของเสียงมากกว่าไม้กลองซิกเนเจอร์รุ่นดั้งเดิมของเขา ตัวไม้มีขนาดใหญ่กว่าไม้ขนาด 5A มาตรฐานเล็กน้อย ความพิเศษของไม้กลองรุ่นนี้คือด้ามจับ ActiveGrip ที่ให้ความสบาย เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของแบรนด์ Pro-Mark ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรแล้ว

ไม้กลองทั้ง 18 รุ่นจาก 3 แยรนด์ที่เราแนะนำนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของไม้กลองหลากหลายรุ่นที่รอให้บรรดามือกลองทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าได้ทดลองเลือกไปใช้งาน  ไม้กลองแต่ละรุ่นและแต่ละแบรนด์ก็มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการเลือกไม้กลองที่เหมาะกับตัวเราที่สุดจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้เรากลายเป็นนักดนตรีที่มีฝีมือยอดเยีย่มในอนาคต หรือสามารถช่วยพัฒนาทักษะต่างๆ ที่เราฝึกฝนเป็นประจำได้เป็นอย่างดี

เครดิตภาพ: musicnuke.com